อ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ
อ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ
มัธยมศึกษาปีที่ 5 วิชาการงานอาชีพ
ชื่อ พิมพ์ลภัส พรไพศาลสกุล ชั้น ม.5/4 เลขที่ 25
____________________________________________________________________
เรื่อง : ความรู้เกี่ยวกับ เทคโนโลยี Learning
เนื้อหาและภาพประกอบ
Artificial Intelligence (AI)
AI คือ ปัญญาประดิษฐ์ – ความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต
นิยามของปัญญาประดิษฐ์มีมากมายหลากหลายอย่าง ซึ่งสามารถจัดแบ่งออกเป็น 4 ประเภท โดยมองใน 2 คุณลักษณะ คือ
1. นิยามที่เน้นระบบที่เลียนแบบมนุษย์ กับ นิยามที่เน้นระบบที่มีเหตุผล (แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนมนุษย์)
2.นิยามที่เน้นความคิดเป็นหลัก กับ นิยามที่เน้นการกระทำเป็นหลัก
ปัจจุบันงานวิจัยหลักๆของ AI จะมีแนวคิดในรูปแบบที่เน้นเหตุผลเป็นหลัก เนื่องจากการนำ AI ไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องอาศัยอารมณ์ หรือ ความรู้สึกของมนุษย์ อย่างไรก็ตามนิยามทั้ง 4 ไม่ได้ต่างกันโดยสมบูรณ์ และ นิยามทั้ง 4 ต่างก็มีส่วนร่วมที่คาบเกี่ยวกันอยู่
นิยามดังกล่าวทั้ง 4 คือ
1.ระบบที่คิดเหมือนมนุษย์ (Systems that think like humans) คือ ความพยายามใหม่ อันน่าตื่นเต้นที่จะทำให้คอมพิวเตอร์คิดได้เหมือนมนุษย์ สามารถเรียนรู้ แก้ปัญหา หรือ ตัดสินใจในเรื่องๆนั้นได้เช่นเดียวกันกับมนุษย์
2. ระบบที่กระทำเหมือนมนุษย์ (Systems that act like humans) คือ การศึกษาวิธีทำให้คอมพิวเตอร์กระทำในสิ่งที่มนุษย์ทำได้ เช่น-การสื่อสารได้ด้วยภาษาที่มนุษย์ใช้ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวอย่างคือ การแปลงข้อความเป็นคำพูด และ การแปลงคำพูดเป็นข้อความ
-มีประสาทรับสัมผัสคล้ายมนุษย์ เช่น คอมพิวเตอร์รับภาพได้โดยอุปกรณ์รับสัมผัส แล้วนำภาพไปประมวลผล
-สามารถเคลื่อนไหวได้คล้ายมนุษย์ เช่น หุ่นยนต์ช่วยงานต่าง ๆ อย่างการดูดฝุ่น เคลื่อนย้ายสิ่งของ
-เรียนรู้ได้ โดยสามารถตรวจจับรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ใดๆ แล้วปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้
3. ระบบที่คิดอย่างมีเหตุผล (Systems that think rationally) คือ การศึกษาความสามารถในด้านสติปัญญา การคิดอย่างมีเหตุผล หรือ คิดได้อย่างถูกต้อง เช่น ใช้หลักตรรกศาสตร์ในการคิดหาคำตอบอย่างมีเหตุผล เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ
4. ระบบที่กระทำอย่างมีเหตุผล (Systems that act rationally) คือ ความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่แสดงปัญญาในสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยกระทำอย่างมีเหตุผล เช่น โปรแกรมที่มีความสามารถในการกระทำ หรือ เป็นตัวแทนในระบบอัตโนมัติต่าง ๆ สามารถกระทำอย่างมีเหตุผลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ เช่น โปรแกรมระบบขับรถอัตโนมัติ ที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ต้องไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง ที่กำหนดเอาไว้ ในระยะทางที่สั้นที่สุด แบบนี้ คือ กระทำอย่างมีเหตุผลนั่นเอง
เรื่องนี้บอกอะไรกับนักเรียน
ได้บอกถึงความหมาย และการทำงานของระบบต่างๆ ของสิ่งที่เรียกว่า "ปัญญาประดิษฐ์"ปัญญาประดิษฐ์ ถือว่าเป็นวิทยาการใหม่ที่มนุษย์ได้พัฒนาสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวก
แม้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นเพียงความฉลาดเทียมที่ ไม่มีชีวิต แต่ก็มีความสามารถในการเรียนรู้ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา โดยเลียนแบบพฤติกรรมมาจากมนุษย์
แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของโลกเป็นอย่างมาก จะทำให้โลกมีการใช้เทคโนโลยีที่กว้างขวางและสมัยใหม่มากขึ้นกว่าเดิม
ประโยชน์ที่ได้รับจากเรื่องนี้ ต่อตนเองและส่วนรวม
- ด้านการคมนาคมอัจฉริยะ โดยมีการใช้ระบบ AI เข้ามาควบคุมการทำงานของรถหรือยานพาหนะ เพื่อให้เกิดเป็นจักรกลอัจฉริยะ ที่สามารถควบคุม ความชื้นภายในรถยนต์ หรืออุณหภูมิภายในรถยนต์เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับตัวของผู้ขับขี่นั้น และระบบ AI หรือปัญญาประดิษฐ์นั้น ยังสามารถค้นหาตำแหน่ง หรือเส้นทางที่ใช้ในการสัญจรไปยังปลายทางที่ดีที่สุดโดยใช้เวลาอันสั้นที่สุดซึ่งสำคัญต่อเทคโนโลยีกับชีวิตประจำวันสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถหรือยานพาหนะ ซึ่งระบบ AI จะเป็นตัวเชื่อมโยงกับดาวเทียมเพื่อหาตำแหน่งของถนน ที่หลีกเลี่ยงการติดขัดจากปัญหาจราจรหนาแน่น รวมไปถึงแจ้งอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อีกด้วย
- ด้านการประมวลผลภาษา โดยระบบ AI ปัญญาประดิษฐ์ในการประมวลผลทางด้านภาษา จะแปลงภาษาจากภาษาหนึ่ง เป็นอีกภาษาหนึ่ง เพื่อให้ผู้ฟังหรือผู้ที่ต้องการรับข่าวสารนั้น ได้เข้าใจถึงข้อความที่ต้องการจะแปลงของข้อความนั้น ๆ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเทคโนโลยีกับชีวิตประจำวันในกรณีที่ไม่เข้าใจภาษานั้น
- ด้านระบบเครือข่ายต่าง ๆ เช่น การค้นหาข้อมูลหรือข่าวสารข้อความที่ต้องการอยากรู้บนระบบเครือข่าย โดยใช้คีย์เวิร์ดในการค้นหา ก็จะสามารถหาได้โดยไม่ยาก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกับชีวิตประจำวันที่ผู้คนให้ความสำคัญมาก ในเรื่องของการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ บนระบบเครือข่าย
- ด้านการแพทย์หรือด้านสุขภาพต่าง ๆ โดยไม่มีใครที่จะปฏิเสธได้ว่า ไม่เคยป่วยหรือไม่เคยไปโรงพยาบาล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกับชีวิตประจำวันที่เราทุกคนได้สัมผัสกันแทบจะทุกคน ตัวอย่างเช่น การวัดความดันของผู้ป่วยหรือผู้ที่มารับบริการนั้น ๆ โดยระบบจักรกลอัจฉริยะนี้ จะมีการเรียนรู้โดยการบีบรัดจากต้นแขนของผู้ป่วยหรือผู้รับบริการ แล้วนำค่าที่ได้มานั้น นำมาวิเคราะห์และแปลงเป็นตัวเลขให้เราได้เข้าใจกันในเชิง AI ปัญญาประดิษฐ์ที่คอมพิวเตอร์สามารถคิดและประมวลผลเองได้ รวมไปถึงการสแกนร่างกายของผู้ป่วยหรือผู้มารับบริการเพื่อค้นหาจุดผิดปกติของร่างกาย อีกทั้งยังสามารถพินิจวิเคราะห์ถึงโรคที่เป็นและวิธีการแก้ไขและรักษาตัวได้
- ด้านการค้าในเชิงธุรกิจพาณิชย์ ซึ่ง AI ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามามีส่วนช่วยในการวิเคราะห์และประมวลผลได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ เปรียบเสมือนจักรกลอัจฉริยะ เพื่อคำนวณหาค่า Supply Demand หรือเพื่อให้ความสัมพันธ์ของสิ่งที่ต้องการกับองค์กรอยู่ในจุดที่สามารถหาโอกาสในการทำกำไรให้ได้มากที่สุดให้กับองค์กรนั้นๆ
- ด้านระบบรักษาความปลอดภัย ตัวอย่างที่ได้เห็นกัน นั่นคือ จักรกลอัจฉริยะในการสแกนหรือตรวจจับสิ่งผิดปกตินั้น ๆ โดยทางผู้ตรวจสอบได้นำมาเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีกับชีวิตประจำวันเพื่อหาวัตถุต้องสงสัยหรือไม่พึงประสงค์ โดยใช้เวลาในการตรวจสอบไม่นานอีกด้วย
- ด้านอื่น ๆ เช่น มีการใช้ระบบ AI โดยการฝังไว้ในหุ่นยนต์ ที่คนเราเข้าใจกันว่า โรบอท (Robot) นี้ ก็คือจักรกลอัจฉริยะชนิดหนึ่ง ที่ผู้คนส่วนใหญ่ต่างให้ความสำคัญเป็นเทคโนโลยีกับชีวิตประจำวัน โดยทำให้เครื่องจักรกลนี้ มีความคิดแบบ AI ปัญญาประดิษฐ์ทำให้สามารถทำหน้าที่แทนคนได้ ตัวอย่างที่ได้เห็นกัน เช่น หุ่นยนต์ทำความสะอาด โดยที่หุ่นยนต์จะสามารถเรียนรู้และตรวจจับขยะได้เองโดยที่เราไม่ต้องจับหุ่นยนต์ไปหาขยะนั้น ๆ
นำสิ่งที่ได้จากการอ่านเรื่องนี้มาใช้ในชีวิตอย่างไร
ในชีวิตประจำวันนั้น "ปัญญาประดิษฐ์" ได้ถูกแทรกเข้ามาในชีวิตประจำวันของเราโดยไม่รู้ตัว ทั้งเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความสะดวก
ในชีวิตประจำวันของเราก็มีตัวอย่าง AI ให้เห็นมากมายทั้งการแพทย์ ในการทำธุรกิจ ใช้ในการคาดการณ์ข้อมูล หรือแม้แต่แชตบอทที่หลายๆ คนอาจจะเคยใช้ในการพูดคุยกับ AI
ในชีวิตประจำวันของเราก็มีตัวอย่าง AI ให้เห็นมากมายทั้งการแพทย์ ในการทำธุรกิจ ใช้ในการคาดการณ์ข้อมูล หรือแม้แต่แชตบอทที่หลายๆ คนอาจจะเคยใช้ในการพูดคุยกับ AI



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น